เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 4-1 ในศึกลาลีกา สเปน นัดที่ 26 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ทีมราชันชุดขาวที่นำเป็นจ่าฝูงคว้าชัยชนะสำคัญด้วยประตูจาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ส่วนประตูเดียวของทีมเยือนมาจาก มิเกล โอยาร์ซabal
จุดเปลี่ยนของเกม
เรอัล มาดริด เริ่มต้นเกมได้อย่างรวดเร็ว และนำ 1-0 ในนาทีที่ 15 จากประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ เอ็มบัปเป้ ยิงเข้าประตูจากจังหวะจ่ายบอลที่แม่นยำภายในกรอบเขตโทษ ประตูนี้ช่วยปลุกใจเจ้าบ้าน ขณะที่ เรอัล โซเซียดาด พยายาม找回สมดุลของเกม
ท้ายครึ่งแรก เรอัล โซเซียดาด เพิ่มความกดดัน และตีเสมอได้ในนาทีที่ 35 ผ่าน มิเกล โอยาร์ซabal โอยาร์ซabal ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษอย่างรุนแรง ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์นี้
เรอัล มาดริด เริ่มต้นครึ่งหลังอย่างกระตือรือร้นกว่า และกลับมานำอีกครั้งในนาทีที่ 58 จาก วินิซิอุส จูเนียร์ วินิซิอุส ใช้ทักษะเฉพาะตัวจากฝั่งซ้ายก่อนยิงเข้าไป: 2-1 ประตูนี้สร้างความยินดีอย่างมากที่เบร์นาเบว
เรอัล มาดริด ควบคุมเกมได้ทั้งหมด และทิ้งห่างเป็น 3-1 ในนาทีที่ 70 จากประตูที่สองของ เอ็มบัปเป้ ครั้งนี้ เอ็มบัปเป้ ยิงจากจุดโทษ ทำให้เขาและทีมได้ประตูที่สอง ส่วนในนาทีที่ 82 วินิซิอุส จูเนียร์ ขึ้นมาทำประตูนำ 4-1 ตัดสินใจผลของเกม วินิซิอุส ยิงเข้าประตูจากจังหวะจ่ายบอลภายในกรอบเขตโทษอีกครั้ง
สถิติและประเมินผลงาน
เรอัล มาดริด ครองบอลได้ 58% ตลอดทั้งเกม และยิงเข้าเป้า 10 จาก 18 ครั้ง ขณะที่ เรอัล โซเซียดาด ยิงเข้าเป้า 4 จาก 9 ครั้ง เจ้าบ้านยังนำหน้าในเรื่อง xG (ประตูที่คาดหวัง) ที่ 3.2 เทียบกับ 1.1 ของทีมเยือน
คีเลียน เอ็มบัปเป้ เป็นดาวเด่นของเกมด้วยสองประตู ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ ก็โดดเด่นเช่นกันด้วยสองประตู ชัยชนะของ เรอัล มาดริด มาจากการกดดันในแดนกลางและการโจมตีที่รวดเร็ว ด้วยผลนี้ เรอัล มาดริด เพิ่มคะแนนเป็น 62 คะแนน และรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้ ส่วน เรอัล โซเซียดาด ยังอยู่ที่ 41 คะแนน และพลาดโอกาสสำคัญในการลุ้นตั๋วไปเล่นถ้วยยุโรป
กุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "ปฏิกิริยาของทีมนั้นครึ่งหลังนั้นยอดเยี่ยมมาก ผลงานของ เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส นั้นสมบูรณ์แบบ ชัยชนะครั้งนี้ให้กำลังใจเราอย่างมากบนเส้นทางสู่แชมป์" เรอัล มาดริด ยังคงเดินหน้าลุ้นแชมป์ในลีก ส่วน เรอัล โซเซียดาด ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวในสัปดาห์ถัดไป


